เหตุที่เด็กวัยรุ่นไทยสมัยใหม่สูบบุหรี่
สาเหตุ
การเสพสิ่งเสพติด โดยเฉพาะบุหรี่กำลังเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน การสูบบุหรี่นั้นพบว่าเด็กวัยรุ่นทั้งเพศหญิงและเพศชายสูบบุหรี่ทั้งสองเพศ แต่เด็กวัยรุ่นชายมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่สูงกว่าเด็กวัยรุ่นหญิง จากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2534-2552 พบว่าผู้หญิงที่เป็นวัยรุ่นสูบบุหรี่มากกว่าทั่วไป คือ หญิงวัยรุ่นสูบบุหรี่ร้อยละ 3.8 ในขณะที่หญิงทั่วไปสูบบุหรี่เฉลี่ยร้อยละ 2.01 ดังนั้นจึงเป็นที่มาของธุรกิจยาสูบที่หันมามุ่งเน้นตลาดวัยรุ่นเยาวชนหญิง จากการสำรวจล่าสุด ของสำนังงานสถิติแห่งชาติ พบว่า เด็กไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี ติดบุหรี่เกือบ 5 แสนคน และเยาวชนอายุ 18-24 ปี ติดบุหรี่กว่า 1 ล้านห้าแสนคน
วัยรุ่นติดบุหรี่ด้วยสาเหตุต่างๆ หลายอย่าง ส่วนใหญ่เพราะความอยากลอง และค่านิยมที่ไม่ถูกต้อง ยึดติดกลุ่มเพื่อน เยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่เพราะความอยากลอง ซึ่งเป็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่อยากลองเป็นเรื่องที่ท้าทาย น่าตื่นเต้น และสนุกสนาน ถึงแม้จะทราบว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพก็ตามอย่างเพื่อน เยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่เพราะเพื่อนชวน บางคนมีเจตคติที่ว่า ถ้าไม่สูบบุหรี่จะเข้ากับเพื่อไม่ได้ เพื่อนจะไม่ยอมรับเข้ากลุ่ม บางคนสูบบุหรี่โดยเข้าใจว่าจะทำให้เข้าสังคมกับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ไม่เขิน และหลายคนไม่กล้าเลิกสูบบุหรี่ เพราะกลัวเพื่อนจะล้อเลียน มีงานวิจัยพบว่า กลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลอย่างมากในการสูบบุหรี่ ปัจจัยต่อมาคือ สภาพแวดล้อมโดยเฉพาะคนในครอบครัวสูบบุหรี่ จะเป็นสิ่งที่ทำให้วัยรุ่นผู้นั้นมีโอกาสสูบบุหรี่ได้มาก งานวิจัยพบว่า ถ้าบิดามารดาสูบบุหรี่ จะทำให้ลูกมีแนวโน้มในการสูบบุหรี่สูงถึง 3 เท่า ความสัมพันธ์และสัมพันธภาพภายในครอบครัวก็ส่งผลให้วัยรุ่นสูบบุหรี่ได้ ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น มีปัญหาสุขภาพจิต โรคซึมเศร้า เครียดง่าย (โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหญิง) บางคนก็สูบบุหรี่เพื่อระบายความเครียด จากปัญหาที่บ้านหรือที่โรงเรียน หรือเรื่องแฟน มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ ขาดทักษะด้านการเรียน ทัศนคติต่อการสูบบุหรี่ สวยวัยรุ่นจะเข้าใจว่าการสูบบุหรี่จะทำให้สามารถลด
น้ำหนักลงได้ง่ายขึ้น
เพราะทั้งมือและปากไม่ว่างที่จะทานอาหารได้ มีบุคลิกภาพแบบต่อต้าน
มีหลายครอบครัวที่ไม่พบว่ามีใครในบ้านสูบบุหรี่เลย
แต่มีเฉพาะลูกคนที่เป็นวัยรุ่นสูบ
เพราะวัยรุ่นหลายรายเลือกการสูบบุหรี่เป็นการแสดงออกเพื่อต่อต้านพ่อแม่
เมื่อต้องการแสดงให้พ่อแม่เห็นว่าตนเองโตแล้ว
และไม่ต้องการให้พ่อแม่มาบีบบังคับเขา เขาโตพอที่จะเลือกตัดสินใจทำอะไรๆ
กับตัวเขาเอาแล้ว บางคนก็รู้สึกว่าการสูบบุหรี่ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
ไม่เป็นเด็กเหมือนกัน และปัจจัยสุดท้ายคือ กระแสของสื่อโฆษณา
ในปัจจุบันเยาวชนสามารถรับรู้สื่อโฆษณาบุหรี่ของต่างประเทศได้ทั้งทางหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ชนิดต่างๆ
ทาง วิทยุและโทรทัศน์ นอกจากนี้กลยุทธ์ในการโฆษณาแฝงของอุตสาหกรรมบุหรี่ที่หลีกเลี่ยงกฎหมายก็มีมาก
คือ การจดทะเบียน การค้าโดยใช้สัญลักษณ์ตราบุหรี่เป็นสินค้า เช่น
ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องเรือน ของใช้ต่างๆ
และบริษัทท่องเที่ยวการสนับสนุนต่างๆ ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น
การจัดแสดงดนตรี การจัดแข่งรถในวัยรุ่น การแสดงแบบเสื้อในกลุ่มสตรี
และการแจกสมุดหรือหนังสือที่มีตราบุหรี่ให้แก่เด็กเล็ก
อีกทั้งยังมีการโฆษณาแฝงทางภาพยนต์ โดยให้ดาราที่เป็นที่ชื่นชอบสูบบุหรี่
และให้เห็นสัญลักษณ์ของบุหรี่นั้นด้วย การโฆษณาทุกรูปแบบจะเน้นที่ความโก้เก๋
ทันสมัย และเร้าใจ เซ็กซี่ ดึงดูดใจ ซึ่งส่งผลอย่างมากในการส่งเสริมให้สูบบุหรี่
ผลกระทบ
ปัจจุบันพบว่าบุหรี่มีอิทธิพลมากทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จะเห็นได้จากวัยรุ่นในปัจจุบันนี้มีความเครียดในการปรับตัวมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว วัยรุ่นที่มีปัญหาด้านการเรียนและปัญหาทางด้านครอบครัว บางคนก็สูบบุหรี่เพื่อระบายความเครียด ดังนั้นวัยรุ่นส่วนใหญ่เลยหันมาสูบบุหรี่มากขึ้น
อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า บุหรี่นั้นมีผลต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้เป็นหวัดได้ง่าย ไอ หายใจไม่สะดวก ระคายคอ เสียงแหบ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น และเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ ฟันและเสื้อผ้ามีสีน้ำตาล เล่นกีฬาหรือใช้แรงได้น้อยลงด้านสุขภาพจิตนั้น วัยรุ่นบางคนมีปัญหาด้านสุขภาพจิตมาก่อนแล้วมาสูบบุหรี่ เช่น เครียดง่าย มีความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ ขาดทักษะด้านการเรียน มีบุคลิกภาพต่อต้านสังคม ก็เลยหันมาใช้บุหรี่เป็นที่พึ่ง แต่ในวัยรุ่นบางคน เมื่อสูบบุหรี่แล้วทำให้เกิดผลต่อสุขภาพจิตตามมาได้ ดังจะเห็นได้จากงานวิจัยใหม่ๆ จะเริ่มสนใจ ผลของบุหรี่ต่อสุขภาพจิยของวัยรุ่น เช่น การวิจัยในต่างประเทศพบว่า การสูบบุหรี่เรื้อรังในวัยรุ่นอาจจะทำให้เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความวิตกกังวล ผลการสำรวจพบว่า 31 % ของวัยรุ่นสูบบุหรี่ 20 มวน/วัน หรือมากกว่านี้ จะมีบุคลิกภาพแบบวิตกกังวล และอาจได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติด้านอารมณ์ มีบุคลิกภาพต่อต้านสังคม และมีการใช้สารเสพติดชนิดอื่นตามมาในที่สุด
สารต่างๆ ซึ่งมีอยู่ในบุหรี่
และในควันบุหรี่ ที่กล่าวมาแล้ว เมื่อผู้สูบบุหรี่สูดเข้าสู่ร่างกายพร้อมๆ กัน
จะก่อให้เกิดพิษ ที่ทำอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งผลกระทบต่อร่างกาย
ทำให้เกิดอาการดังนี้
- ประสาทสัมผัสของการรับรู้กลิ่นและรส จะทำหน้าที่ได้ลดลง
- แสบตา น้ำตาไหล
- ขนอ่อนที่ทำหน้าที่พัดโบก
เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมภายในหลอดลมเป็นอัมพาต หรือทำงานได้ช้าลง
- ระดับคาร์บอนมอนอกไซด์ในปอด และในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น
- หัวใจเต้นเร็วขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้น
- มีกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น
- เกิดกลิ่นที่น่ารังเกียจตามร่างกาย และเสื้อผ้า
- ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น และมีกลิ่นปาก
- โรคมะเร็งปอด และมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น
กล่องเสียง ลำคอ หลอดอาหาร และกระเพาะปัสสาวะ
- โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจขาดเลือด
มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการ หัวใจวาย
- โรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดส่วนอื่นๆ ตีบตัน
และหลอดเลือดใหญ่ทรวงอก และช่องท้องโป่งพอง
- โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดลม อักเสบเรื้อรัง
- ทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อม
จากการอุดตันของเส้นเลือดขนาดเล็ก ที่ไปเลี้ยงประสาท
ที่เกี่ยวกับการควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
- เกิดอาการเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแขนและขาตีบตัน
อาจต้องตัดแขนหรือขาทิ้ง
ความคิดเห็น
การที่วัยรุ่นสมัยใหม่มีค่านิยมในการสูบบุหรี่สูงมากจึงความหาทางเปลี่ยนความคิดที่ผิดๆว่าสูบุหรี่แล้วเท่
การสูบบุหรี่เป็นจุดเริ่มต้นต่อไปอาจจะไปเสพสารเสพติด
ผู้ปกครองจึงควรเอาใจใส่กับวัยรุ่นอธิบานถึงโทษและผลกระทบของการสูบบุหรี่หรือให้วัยรุ่นใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ไม่ให้เข้าไปในที่
ที่เสี่ยงต่อการสูบบุหรี่
จัดทำโดย
นาย
ธีรภัทร รัชตะอดุลศิลป์ ม.5/6
เลขที่9
นาย
ชัยประสิทธิ์ อินทร์อร่าม ม.5/6 เลขที่13


การวางแบบตัวอักษรและสีอ่านยากไปนิด ตรวจสอบการสะกดให้ถูกต้องด้วย มีการแสดงความคิดเห็นได้ดี
ตอบลบ